มิลาน -ปาร์มา - ฟลอเรนซ์ - ปิซ่า - ชิงเกว แตร์เร – หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่-  หมู่บ้านมานาโรล่า - หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร – ปอร์โตฟิโน - เจนัว - OUTLET - มิลาน - หมู่บ้านเบรียน-แชร์วีเนีย – ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าข้ามประเทศที่สูงที่สุดในโลกผ่านเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาไคลน์มัตเตอร์ฮอร์น – เซอร์แมต -แทซ - มองเทรอซ์ - โลซานน์ – เจนีวา
  • : 022770000

MATTERHORN FROM ITALY SIDE อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ 8 วัน 5 คืน โดยสายการบิน EMIRATES (EK)

รหัสทัวร์
: TMGO3MXP-EK010
รหัสโปรแกรม
สายการบิน
ระยะเวลา
เส้นทาง
: มิลาน เจนีวา ลูเซิร์น เบิร์น เซอร์แมท ซูก มองเทรอซ์

Hightlightไฮไลท์ทัวร์

มิลาน -ปาร์มา - ฟลอเรนซ์ - ปิซ่า - ชิงเกว แตร์เร – หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่- หมู่บ้านมานาโรล่า - หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร – ปอร์โตฟิโน - เจนัว - OUTLET - มิลาน - หมู่บ้านเบรียน-แชร์วีเนีย – ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าข้ามประเทศที่สูงที่สุดในโลกผ่านเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาไคลน์มัตเตอร์ฮอร์น – เซอร์แมต -แทซ - มองเทรอซ์ - โลซานน์ – เจนีวา

รายละเอียดทัวร์

  • 22.00 น.

    คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
  • 01.35 น.

    ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 385

    04.45 น.

    เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง

    09.45 น.

    ออกเดินทางสู่เมืองมิลาน ด้วยเที่ยวบิน EK 205

    14.20 น.

    ถึงสนามบินมิลาโนมัลเปนซา เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นเดินทางสู่จากนั้นเดินทางสู่เมืองปาร์มา (Parma) เมืองในแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา โดยเมืองนี้เป็นต้นกำเนิดแฮมและพาร์เมซานชีส มีแฮมที่มีชื่อเสียงอย่างปาร์มาแฮม (Parma Ham) ซึ่งโดดเด่นด้วยลักษณะพิเศษ คือ มีกลิ่นหอม รสชาติเค็มและออกหวานนิดๆ ทำมาจากขาหมู ที่นำไปบ่มไว้ในถ้ำ ซึ่งมีอากาศเย็น นานถึง 6 เดือน หรือนานแรมปี อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งของขึ้นชื่อของเมือง เช่น ชีสพาเมซาน หรือ Parmigiano Reggiano ที่ชาวอิตาเลี่ยนนิยมทานเป็นชีสยอดนิยม รวมทั้งแฮมหลากหลายชนิด

    ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (ปาร์มาแฮม)

    ที่พัก

    นำท่านเข้าสู่ที่พัก SAN MACRO หรือเทียบเท่า
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางต่อสู่แคว้นทัสคานี (Tuscany) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ ฟลอเรนซ์ (Florence) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก นักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของมหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม นำชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune),วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่ จากนั้นนำท่าน มาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้าง

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

    บ่าย

    นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

    ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (พิซซ่า)

    ที่พัก

    นำท่านเข้าสู่ที่พัก SAN RANIERI หรือเทียบเท่า
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นําท่านโดยสารรถไฟสู่ชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ที่มีความหมายว่า “ดินแดนทั้งห้า (Five Land)” ตั้งบนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนติดทะเลบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้ มีหุบเขาล้อมรอบ ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ (Rio –Maggiore) อยู่ทางตอนใต้สุดของหมู่บ้านทั้งห้า เป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับนํ้าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ อิสระให้ท่านชมความงดงามและถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนําท่านสู่หมู่บ้านมานาโรล่า (Manarola) อาจได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่เล็กเป็นอันดับสอง แต่มีความเก่าแก่ที่สุดในบรรดาหมู่บ้านทั้ง 5 ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1338 มีความสวยงามที่ไม่แพ้หมู่บ้านอื่นๆ มีไวน์ท้องถิ่นที่ปลูกในพื้นที่ที่รสชาดเยี่ยมอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร ( Monterosso al Mare) เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่และกว้างมากที่สุด มีหาดทรายยาวสวยงามที่สุดในชิงเกว แตร์เร

    เที่ยง

    อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

    บ่าย

    นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ ราปาลโล เพื่อล่องเรือชมความงานของเมืองปอร์โตฟิโน (Portofino) เมืองสวยริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์แห่งเมืองท่า" เป็นเมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก ที่ในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มีเรือยอร์ชจอดเต็มไปหมด จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของอิตาลีอยู่ระหว่างเมืองเจนัว และ ปิซ่า ในบริเวณอ่าวลิกูเรหนึ่งในอ่าวที่มีความสําคัญทางด้านการค้าและการทหาร จากนั้นนำท่านสู่เมืองเจนัว (Genoa) เมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลีทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ชมเขตเมืองเก่าศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป เป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 มาจนถึง ค.ศ. 1797 ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของอิตาลี่ได้แก่ เฟียต, อัลฟ่าโรมีโอ, แลนเซีย นำท่านชมมหาวิหารประจำเมืองสถานที่ประกอบศาสนพิธีอันงดงามและศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพของทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาเยือน

    ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

    ที่พัก

    นำท่านเข้าสู่ที่พัก MERCURE GENOVA SAN BIAGIO หรือเทียบเท่า
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำทุกท่านช้อปปิ้งต่อที่ SERRAVALLE OUTLET ให้เวลาท่านได้อิสระช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น GUCCI, BALLY, HUGO BOSS, BENETTON, BURBERRY, CALVIN KLEIN, CROCS, GEOX, GUESS, LACOSTE, NIKE, OAKLEY, DIESEL และอื่นๆ อีกมากมาย

    เที่ยง

    อิสระอาหารกลาววันตามอัธยาศัย

    บ่าย

    จากนั้นเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า

    ค่ำ

    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

    ที่พัก

    นำท่านเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN GOLDENMILE หรือเทียบเท่า
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านเบรียน-แชร์วีเนีย (Breuil Cervinia) ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องสกีรีสอร์ทมากที่สุดในอิตาลีและแถบเทือกเขาแอลป์ หลังจากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าข้ามประเทศที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งจะเดินทางข้ามเทือกเขาแอลป์ระหว่าง 2 ประเทศ อิตาลี และ สวิตเซอร์แลนด์ สู่ ยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น (Klein Matterhorn) แห่งเมืองเซอร์แมต เมืองตากอากาศยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างทางให้ท่านได้เห็นวิวอันน่าตื่นตาตื่นใจของเทือกเขาแอลป์ทั้งจากทางฝั่งอิตาลีและสวิตเซอร์แลนด์ และที่มีเสน่ห์เพิ่มมากขึ้นไปอีกเมื่อได้มองจากมุมสูง ได้เห็นอาคาร บ้านเรือนต่างๆ ที่สร้างในสไตล์สวิสชาเลต์ (Swiss Chalet) ซึ่งซ่อนตัวอยู่ทามกลางหุบเขาอันยิ่งใหญ่ อันสวยงาม โดยยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น นั้นสูงถึง 4,478 เมตร และได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ ชื่นชมกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ณ จุดสูงที่สุดบริเวณไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น เข้าชมถ้ำน้ำแข็งที่อยู่สูงที่สุดในสวิส

    กลางวัน

    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

    บ่าย

    หลังจากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าลงจากเขาเข้าสู่เมืองเซอร์แมท (Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง และเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ อิสระให้ท่านได้เดินเล่นเช๊คอินที่เมืองเซอร์แมตตามอัธยาศัย

    เย็น

    อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองแทซ (Taesch)

    ที่พัก

    นำท่านเข้าสู่ที่พัก MOUNTIME หรือเทียบเท่า
  • เช้า

    รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ

    เที่ยง

    อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

    บ่าย

    นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทชิลยอง (Chillon castle) ทางด้านนอก ปราสาทแห่งนี้ เป็นปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี นำท่านเดินทางสู่เมืองโลซานน์ (Lausanne) ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ จากนั้นนำท่านชม สวนสาธารณะที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ และถ่ายรูปกับ ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเจนีวา (Geneva) นำชมเมืองที่เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ เมืองที่ตั้งองค์การสากลระดับโลก อาทิ องค์การการค้าโลก, กาชาดสากล, แรงงานสากล ฯลฯ ถ่ายรูปกับน้ำพุเจทโด ที่ฉีดสายน้ำพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศถึง 390 ฟุต (เปิดเฉพาะวันอากาศดี) และถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้ สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเจนีวา
    ได้เวลาอันสมควรนำเดินทางสู่สนามบินเพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำการคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

    21.40 น.

    ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK 84
  • 06.10 น.

    เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง

    09.40 น.

    ออกเดินทางต่อกลับสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบิน EK 372

    19.15 น.

    เดินทางถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

มื้ออาหาร

วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
8

เงื่อนไขโปรแกรมทัวร์

Overview

1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
***ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้ ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า
ภายใน  3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน  การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

อัตรานี้รวม

1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์    อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ 
4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท 
ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ ** 
 - เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
 - เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน] 
**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **  
[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
8.  ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (เฉพาะค่าบริการ)

อัตรานี้ไม่รวม

1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก., ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศอิตาลี  รวมค่าบริการยื่นวีซ่า (5,900.-บาท) 
6. ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น  (13 EUR/ต่อท่าน) 
7. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (24 EUR/ต่อท่าน)